หึง ขึ้หึง

posted on 18 Mar 2009 22:25 by 077023

ท่านผู้อ่านเป็นอีกคนรึ เปล่าที่ มีแฟนขี้หึง? เอ๊ะ หรือคุณเองต่างหากที่หึงแฟนน้า ที่จริงใครจะหึงใครก็ดีอยู่หรอก เพราะนัยนึงก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แฟนยังหึงอยู่ก็แสดงว่า แฟนทั้งรักและหวง รวมทั้งอยากให้เป็นของเค้าเพียงคนเดียว...แต่เอ๊ะ ประการหลังที่ว่า อยากให้เป็นของเค้าคนเดียว ฟังดูทะแม่งๆ แหม ทำหยั่งกะ “คนที่เป็นแฟน” ไม่มีหัวจิตหัวใจ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงของเค้างั้นแหละ

ดังนั้น จงอย่ามองข้าม อาการขี้หึงของทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณกะฉวยมาเป็น แฟนด้วยละกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะอารมณ์แบบนี้ ทำให้ชีวิตคู่พังพินาศมานักต่อนักแล้วอ่ะดิ แล้วไม่ว่าใครจะแสดงอารมณ์หึงออกมาด้วยพฤติกรรมแบบไหน? เช่น พอหึงแล้วทำทีไปจับมือเค้าไว้ เพื่อแสดงให้คนอื่นรู้ว่า เค้ามีแฟนแล้ว ย่อมดีกว่า พอหึงแล้วอาละวาดโครมครามให้ขายหน้าประชาชีว่ามะ โถ โตๆ และมีการศึกษากันแล้วยังทำเป็นนางร้ายในละครทีวีอีกเรอะ แต่สังเกตสังกากันรึเปล่าว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพศไหนขี้หึงมากกว่ากัน?

โอ้ โห ถามอะไรก็ไม่รู้ ตอบย้าก ยาก เพราะบทคนเราจะหึงแล้วละก็ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็โชว์ลีลาการหึงได้ดุเด็ดเผ็ดแสบ และเข็ดฟันไม่แพ้กันนักหรอก ฉะนั้น หากท่านใดรู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึงละก็ มาหาทางแก้ไขกันเหอะ ด้วยการ.....

1. คิดให้ตกว่า ความหึง เป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลา

แทน ที่คู่รักมัวแต่จับผิดกันว่า เดี๋ยวจะมีใครมาชอบแฟนตูรึเปล่าว่ะ หรือไม่งั้นก็กังวลว่า ทำมั้ยทำไมแฟนเราชอบเหล่มองคนอื่นอยู่เรื่อย แถมมองไม่มองเปล่า แต่มองด้วยสายตาเจ้าชู้ ซึ่งน่าตื้บหรอกนะ แต่คิดดูดิ ว่าจะเอาเรื่องแค่นี้มาใส่ใจไปทำไม? ในเมื่อเค้าก็ได้แต่มองล่ะว้า...นี่พูดถึงคนที่ชอบมองอย่างเดียวจริงๆ ไม่ได้หวังจะไปหาเศษหาเลยนอกลู่นอกทางนะ

เพราะถ้าเค้าอยากจีบหรือ กิ๊กกะคนอื่นจริงๆ ละก็ ไม่มีวันซะล่ะ ที่จอมเจ้าชู้จะทำต่อหน้าต่อตาแฟนตัวเองให้จับได้ ดังนั้น พวกเราสู้ใช้เวลาที่ต้องคอยพะวงพะแวงไปทำประโยชน์ให้ตัวเองไม่ดีกว่าเรอะ ด้วยการยึดทรัพย์ของแฟนมาดเจ้าชู้ทั้งหมดมาเป็นของเราซะ แล้วปล่อยมันไป จะไปหว่านเสน่ห์ใครก็เอาเหอะ เพราะไม่มีทางรั้งมันอยู่ร้อก แค่สั่งสอนให้เค้าบ่จี๊ไม่มีเงิน ก็ไม่น่าจะไปไหนรอด คอยดูละกัน

2. จำไว้ว่า ความหึงมีแต่บ่อนทำลายสัมพันธภาพของคู่รักที่เคยรู้สึกดีๆ ต่อกันให้พังทลายลง แล้วยังอยากหึงอีกเรอะ
ของ พรรค์นี้ที่จริงแทบไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจกันอยู่แล้วใช่ม้า ว่าขืนมัวหึงไม่เข้าเรื่อง, หึงสะเปะสะปะ และไม่บันยะบันยัง แทนที่ “คนถูกหึง” จะรู้สึกดีว่าแฟนรัก ตรงข้าม อาจผิดหวังมากกว่าสิ เพราะถ้าหึงแบบไร้สติก็เท่ากับระแวงกันนี่หว่า แถมยังหมายความว่า ไม่ไว้ใจกันซะด้วย จนดีไม่ดีอาจทำให้ “คนถูกหึง” อยากตีตัวออกห่าง เพราะเหนื่อยใจน่ะสิ...ถามได้ แทนที่เป็นคู่รักแล้วจะอยู่กันอย่างมีความสุขกลับทุกข์ถนัด เฮ้อ...เสียดายจัง รู้งี้อยู่คนเดียว ไม่หาเหาใส่หัวซะก็ดี

3. ท่องไว้เลยว่า ถ้าอยากเอาชนะความหึงต้องอาศัยความอดทน, อดทน และอดทน ไม่มียาแก้ความขี้หึงยี่ห้อไหนที่ใช้ได้ผลชะงักไปกว่า ความอดทนอีกแล้วละน้องเอ๊ย

ฉะนั้น หากให้แนะอย่างกำปั้นทุบดิน ก็จงทำตัวแบบ “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” เข้าไว้ แล้วบางที เหตุการณ์ ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ไม่น่าไว้ใจแฟนก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเองแหละ เพราะความอดทนก็คือการประนีประนอม ของคู่รักอย่างนึง แถมยังเป็นการให้เกียรติเค้าด้วย

มีสาวบางคน เห็นแฟนเข้าไปกอดเด็กสาวคนนึง แล้วใจหล่อนงี้อู้หูแทบอยากฉีกแฟน ออกเป็นชิ้นๆ ไปเดี๋ยวนั้นเลย แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ แฟนก็แนะนำให้รู้จักว่า เด็กคนนี้คือน้องสาว หรือหลานเค้าต่างหาก ฝ่ายหญิงจึงเกือบโดนข้อหาทำร้าย ร่างกายไปแล้วไหมล่ะ แต่ดีที่อดทน ไม่แสดงความรู้สึกเฟอะฟะและตีตนไปก่อนไข้ออกมาซะก่อน เรื่องนี้จึงจบอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง ไม่งั้นคงหน้าแหก และผิดใจกะแฟนไปแล้ว นี่แน่หวิดตกพุ่มม่ายแล้วไหมล่ะ

4. รู้ป่าวว่า ความหึงทำให้คนหน้าตาดีแก่เร็วมานักต่อนักแล้ว

สังเกต ตอนที่คุณหึงสิ หน้าตาของคุณเป็นอย่างไรกันมั่งล่ะ? รับรองสีหน้าย่อมขาดความสุข, คิ้วขมวด, ยิ้มไม่ออก หรือไม่ก็ทำเป็นแสยะยิ้ม รวมถึงการชักสีหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนพา ตีนกา ให้เกิดขึ้นเร็วกว่าวัยอันควรทั้งน้านล่ะ ขืนมีสีหน้าบอกบุญไม่รับบ่อยๆ อีกหน่อยอาจเสียตังค์ไปลบริ้วรอยไม่รู้ด้วย

รู้งี้ แล้วยังอยากหึงแรงเพราะรักแรงอีกมะ สู้รักษาหน้าตาดี๊ ดีของคุณๆ เอาไว้ไม่ดีกว่าเรอะ เพราะแฟนใครมั่งว้า ที่ยังอยากอยู่กับคนหน้าตาบูดบึ้ง หรือคิ้วผูกโบ แถมยังมีริ้วรอยบนหน้าผากน่ะ ขืนหึงแล้วทำให้แก่ไว้ไว งั้นกรุณาคิดกันซะให้ดีๆ ก่อนหึงละกันนะ

5. ก่อนหึง อย่าลืมฉุกคิดไว้เสมอว่า คุณกำลังคิดมากไปเองแหงเลย จะได้สบายใจ

แม้ แฟนจะไม่ชอบเอ่ยปากบอกรักคุณบ่อยๆ จะเป็นเพราะเค้าปากหนัก หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้อง พูดซ้ำพูดซากก็แล้วแต่ จงเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ว่า คุณเองก็มีดีอยู่ในตัวไม่แพ้ใครๆ ดังนั้น ต่อให้แฟนเป็นคนขี้เบื่อขนาดไหน ก็ไม่ยอมพรากจากกันแน่ๆ เพราะหนูเป็น 1 ในตองอูนี่นา แต่มั่นใจในตัวเองก็ควรมีดีอยู่กะตัวจริงๆ แค่เนี้ย ก็ไม่ต้องเหวี่ยงแหหึงเรื่อยเปื่อยแล้วน่ะเซ่



จาก : http://blog.spu.ac.th/spufcontent5/2008/08/27/entry-38


 

 

 

 

วิธีขจัดอาการขี้หึงด้วยตัวเอง

1.ค้นหาสาเหตุ
พยายาม ค้นหาสาเหตุให้ได้ว่า อาการขี้หึงจนหน้ามืดหูอื้อนี้มาจากไหน ซึ่งตามปกติมักมาจากปมเหล่านี้ เช่น ความรู้สึกไม่มั่นคง มีวัยเด็กที่ไม่ค่อยดีนัก มีปมปัญหาชีวิตในอดีต หรือตัวเราเองเป็นคนที่ชอบนอกใจจนนึกว่าคนอื่นก็คงไม่ซื่อสัตย์เช่นกัน ทำให้เกิดอาการหวาดระแวงซึ่งเป็นบ่อเกิดของความหึงหวง ถ้ายังมองตัวเองไม่ออก ขอให้ทำใจเย็นค่อยๆคิดพิจารณา โดยอาจใช้ปัญหาของเพื่อนที่ถูกแฟนนอกใจมาวิเคราะห์เป็นตัวอย่าง ถ้ายังมองไม่ออกอีก คงต้องพึ่งมืออาชีพอย่างนักจิตวิทยาแล้วละ

2.นับถือตัวเอง
ยิ่ง เรานับถือตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเองมากเท่าไร การที่เราจะเอาสมองไปคิดว่าแฟนเราจะนอกใจแอบไปเจ๊าะแจ๊ะสาวอื่น ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น จงเชื่อในตัวเอง อย่ามัวแต่คิดว่า ฉันสวยไม่พอ ฉันเก่งไม่พอ แฟนฉันต้องแอบไปเจ๊าะแจ๊ะสาวอื่นแก้ขัด เขามาเป็นแฟนเรา นั่นแสดงว่า เขาย่อมต้องรักเราในแบบที่เราเป็นมาตั้งแต่แรกแล้ว อย่ามัวแต่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับเขา ความจริงน่าจะมองในทางกลับกันบ้างว่า เขานั่นแหละที่ดีพอสำหรับเราหรือเปล่า

3.เปลี่ยนพฤติกรรม
เทคนิค นี้เป็นของนักจิตวิทยาจากเมืองนอกเมืองนา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาการหึงหวงโดยเฉพาะ วิธีนี้อาจฟังดูยาก ใช้เวลามากและประดักประเดิดชอบกล แต่รับรองว่าได้ผลชะงัด เพราะเคยมีคนลองแล้วสามารถแก้ไขลดอาการหึงหวงให้น้อยลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลักง่ายๆคือต้องใช้เทคนิคนี้ทุกครั้ง ที่มีอารมณ์หึงหวง ต้องซื่อสัตย์เคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น อาจต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับว่าความหึงหวงนั้นรุนแรงแค่ไหน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เราต้องเหน็บปากกากระดาษติดตัวไม่ว่าจะไปที่ไหน และอาจต้องคอยหลบเข้าห้องน้ำนับสิบครั้งระหว่างอยู่ในงานปาร์ตี้ แต่ถ้าต้องการลดความหึงหวงไม่ให้มาคอยรบกวนจิตใจจริงๆ ทำแค่นี้คงไม่หนักหนาอะไรหรอก จริงไหมคะ

หากเราและเขายังรักกันดีอยู่ ก็ควรบอกเขาไปว่าเรากำลังอยู่ในขั้นตอนบำบัดอาการอันไม่พึงประสงค์นี้ ถ้าเขารักเราจริง เขาย่อมต้องการให้ปัญหานี้ลุล่วงมากพอๆกับเรา ดีไม่ดีอาจมากกว่าเราด้วยซ้ำ เขาจะคอยให้กำลังใจและเป็นห่วงเป็นใยเมื่อเห็นเราหายตัวไปในระหว่างดำเนิน การบำบัด ซึ่งเรื่องนี้เราอาจต้องบอกเพื่อนที่ซี้กันจริงๆด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น เรากำลังทำอะไรอยู่ เดี๋ยวเพื่อนจะตกใจว่าเราหายไปไหนระหว่างที่ออกไปเที่ยวด้วยกัน แต่ควรจะบอกเพื่อนแค่คนเดียวเท่านั้น เลือกที่สนิทกันจริงๆ เพราะถ้าบอกหลายคนเพื่อนอาจเอาไปแซวกระเซ้าเย้าแหย่เห็นเป็นเรื่องตลก จนเราอับอายและหมดกำลังใจที่จะบำบัดตัวเองต่อไป

เขียนทุกอย่างในความรู้สึก
ทุก ครั้งที่เกิดอารมณ์หึงหวงคุกรุ่น เขียนลงกระดาษทันที และใส่คะแนนด้วยว่า ความหึงหวงนั้นเข้มข้นแค่ไหน คะแนนเต็มไม่เกินสิบก็พอ เช่น แฟนฉันกำลังคุยเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหลังร้าน 9

ถัดจากประโยคแรก เขียนเหตุผลที่ทำให้เราหึงลงไปให้หมด
แจกแจงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

*เขาคุยกับหล่อนนานเกินไป...นานเกินความจำเป็นเสียแล้ว
*เขายิ้มให้หล่อน
*เขามองหล่อนด้วยสายตา “แบบนั้น”
*หล่อนสวยเร้าใจ และเป็นแบบที่เขาชอบเสียด้วย
*ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับหล่อนทำหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างไรก็ไม่รู้ ทำเหมือนรู้ว่า*กำลังเกิดอะไรขึ้น ท่าทางสงสารเห็นใจเราเต็มที่

ดูแล้วอาจเหมือนเราเป็นคนปัญญาอ่อน ให้มานั่งเขียนอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องเขียน เขียนเสร็จแล้วให้รอเฉยๆสักสองนาทีหรือนานกว่านั้นเพื่อดูว่าตัวเราเองหงุด หงิดงุ่นง่านมากน้อยแค่ไหน นี่จะเป็นตัวชี้ให้เห็นดีกรีความขี้หึงของเรา

แจกแจงคำอธิบายถึงเหตุผลแต่ละข้อ
เมื่อ เขียนเหตุผลของความหึงหวงเสร็จแล้ว ควรนั่งสงบจิตใจให้อารมณ์เย็นลงสักสองสามนาที หายใจเข้าลึกๆ เตือนตัวเองว่าครั้งล่าสุดที่แสดงอาการหึงหวงนั้นเป็นอย่างไร จากนั้นลองบังคับตัวเองให้หาคำอธิบายในเหตุผลแต่ละข้อ และต้องเป็นคำอธิบายในด้านดีด้วย ถึงแม้ว่าในใจจะร่ำร้องว่า ไม่จริ๊งไม่จริง ฉันไม่เชื่อก็เถอะ

*เขาคุยกับหล่อนนานเกินไป – เราคิดไปเองมากกว่ามั้ง ความจริงแค่ทักทายไม่กี่นาทีเท่านั้น

*เขายิ้มให้หล่อน – แฟนเราเป็นคนสุภาพและเป็นมิตร ถ้าเป็นเราก็คงยิ้มให้คนอื่นในสถานการณ์แบบนี้เหมือนกันแหละ

*เขามองหล่อนด้วยสายตา “แบบนั้น” – เขาแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้ๆ นี่เราแปลความหมายเป็น “สายตาแบบนั้น” ได้ยังไงเนี่ย
อย่าหยุดเขียนจนกว่าจะแจกแจงคำอธิบายในแง่ดีได้ครบทุกข้อ

ย้อนทบทวน
เขียน เสร็จแล้ว ลองมานั่งอ่านทบทวนสิ่งที่เขียน เน้นตรงคำอธิบายในแง่ดีทั้งหลายแหล่ที่เราได้พยายามเค้นความรู้สึกเขียนออก มา ในระหว่างที่เราทบทวนอยู่นี้ ความโกรธความหึงหวงทั้งหลายทั้งปวงจะค่อยๆบรรเทาเบาบางลง แทนที่จะไปอาละวาดเอากับแฟนเหมือนที่เคยทำ ก็กลายเป็นว่าเราสามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่โกรธจนหูอื้อหน้ามืดแล้วไปวีนแตกเหมือนเมื่อก่อน

กลับไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์
ถ้า เราต้องทำเป็นไม่สนใจแฟนที่กำลังคุยกับสาวอื่น หรือต้องทำเมินมองไปทางอื่น อารมณ์จึงจะสงบลงได้ก็ควรทำซะ ถ้าแฟนกลับมาแล้วถามว่าเราหายไปไหนมาตั้งนาน ก็ให้ตอบเขาไปตรงๆว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ แอบไปนั่งเขียนที่ไหน ถ้าเขาจับมือเราบีบเพื่อให้กำลังใจก็ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ แม้ว่าในใจอยากลุกขึ้นไปตบนังนั่นให้สาแก่ใจ ก็ต้องวางเฉยเสีย พยายามฝืนยิ้มออกมาให้ได้ เพื่อให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้คิดอะไร แล้วรีบหาเรื่องอื่นคุยทันที

ในกรณีที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
ขนาด หลบไปเขียนลงกระดาษแล้วยังไม่หายหงุดหงิด ก็ขอให้ไปทำซ้ำ ถ้ายังไม่เวิร์คควรกลับบ้านไปเลย ก่อนที่จะวีนแตกออกมาให้เสียกิริยา จะกลับบ้านเองหรือกลับกับแฟนก็แล้วแต่ แล้วไปนั่งเขียนที่บ้านใหม่ ถ้าเราเป็นคนที่ขี้หึงสุดๆ การบำบัดด้วยวิธีนี้จะได้ผลช้ามาก แค่ 2-3 อาทิตย์แทบไม่เห็นผล ต้องใช้เวลาเป็นเดือนขึ้นไปถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน บางรายต้องใช้เวลาสามเดือนเต็มๆอาการขี้หึงจึงหายสนิท

เคล็ดลับของการบำบัดด้วยตัวเองแบบนี้ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ถ้ายังไม่เวิร์คก็ต้องทำซ้ำๆไปเรื่อยๆ รู้สึกอย่างไร คิดอะไร มีเหตุผลอะไรเขียนลงไป แม้ต้องใช้เวลานานก็ต้องทำต่อไปอย่าท้ออย่าหยุด อย่ายอมพ่ายแพ้ต่อความหึงหวง ถ้าอยากให้ความรักครั้งนี้อยู่กับเราให้นานๆ ก็ควรทำตัวให้เขาอยากอยู่ใกล้ๆ ถ้าเราเป็นสาวน่ารักอารมณ์ดี ยิ้มแย้มอยู่เสมอ ไม่หน้างอเป็นตะบักตะบวย เอาแต่หวาดระแวงตามจิกเขาตลอดเวลา รับรองว่าเขาจะไม่เหลียวแลผู้หญิงอื่นแน่นอน

 

จาก : http://variety.hunsa.com/detail.php?id=1912

 

 

 

 

 

edit @ 18 Mar 2009 22:42:24 by 077023

Comment

Comment:

Tweet

555sad smile

#2 By foam (119.224.12.119) on 2009-03-19 09:15

big smile

#1 By แม่พุดจีบ on 2009-03-18 22:33