--------------------------

 

เกษตรทฤษฏีใหม่

ทฤษฏีใหม่คืออะไร

เกษตรทฤษฎีใหม่

กฤษฏีใหม่คืออะไร ถ้าหากไม่เคยชินกับทฤษฏีใหม่ก็คงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก โดยภูมิหลังรัฐศาสตร์การทูต สาขาการเกษตรที่ผมจบมานั่น ก็คงจะลำบากที่จะใช้ขีดความสามารถที่ได้จากพื้นภูมิหลังมาอธิบายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการพัฒนา แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีโอกาสได้ถวายงานอยู่นั่น ก็"พยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพยายามถ่ายทอดให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจถึงทฤษฏีใหม่

 

ตลอดระยะเวลา ๓๕ ปีที่เราได้พัฒนากันภายใต้แผนพัฒนาฯนั้นจะเห็นได้ว่าเราได้รับความสำเร็จอย่างดีที่เดียวในแง่ของเศรษฐกิจ แต่สัดส่วนทางด้านเกษตรซึ้งเคยสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ การเกษตรจะอยู่ได้ต้องเป็นเกษตรขนาดบริษัทยักษ์ เกษตรกรน้อยๆที่เป็นชาวไร้ ชาวสวนชาวนาจริงๆนั้นนับวันจะต้องได้รับปัญหาอุปสรรคมาจากหลายส่วนหลายปัจจัย

 

ประการแรก ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตนั้นดูจะเป็นปัญหามากขึ้นทุกวัน เรื่องดิน น้ำ ปัจจัยการผลิตต่างๆ กี่ดำเนินการผลิตโดยใช้วิธีการดั้งเดิน ซึ้งปัญหาต่างๆภาครัฐพยายามที่จะแก้ไข และต้องยอมรับว่า บทบาทของทางราชการนั่นลดลงในปัจจุบันแต่บทบาทในการพัฒนาก็ยังนำโดยทางราชการอยู่ การแก้ปัญหาขึงเป็นสไตล์แบบราชการกระทรวงกระเกษตรอาจจะประกาศว่าจะลดพื้นที่ปลูกข่าวให้เหลือน้อย ราคาข้าวจะได้สูงขึ้น แต่ใครเดือดร้อนก็ไม่รู้ละครับ เพราะพื้นที่ปลูกข่าวก็หมายถึงพื้นที่ ที่ไม่เหมาะสมเช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นต้น ก็ต้องลดการปลูกข้าว ผลสุดท้ายราคาข้าวสูงขึ้นประชาชนก็ต้องซื้อข้าวราคาแพงขึ้น พระองค์ท่านนั่นทรงมองอย่างเป็นองค์รวมหรือมองอย่างครบวงจร พระองค์ท่านรับสั่งว่าทำอย่างนั่นแล้วประชาชนจะอยู่ไม่ได้ คนจนจะต้องซื้อข้าวแพงและยังทำลายชั้นบรรยากาศอีก ซื้อน้อยคนนักแม้แต่คนที่เป็นครูอาจารย์ก็คงไม่มองอย่านั้น

 

พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า เมื่อเขาลดการปลูกข้าว ก็เหลือข้าวที่ปลูกกันในแถบลุ่มแม่น้ำเข้าพระยาเป็นต้น แล้วต้องขนข้าวไปขายในพื้นที่ต่างๆก็ต้องใช้พาหนะ ต้องมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆแล้วก็ปล่อยแก๊สขึ้นไป ผลสุดท้ายก็ทำลายชั้นบรรยากาศ เห็นมั้ยครับว่า พระองค์ทรงมอง อย่างครบวงจรทุกครั้งไป ในส่วนของทฤษฏีใหม่ก็เป็นผลพวงมาจากประสบการณ์ที่พระองค์ทรงได้รับมาตลอด ๕๐ ปีที่ทรงตรองราชย์ ที่ผมบอกว่า ๕๐ ปี ก็คือ ๕๐ ปีจริงๆเพราะถ้าคิดตามแบบอายุราชการของข้าราชการทั้งหมดบนแผ่นดินนี้ไม่มีใครเกิน ๕๐ ปี แต่พระองค์ท่านได้ทรงงานทุกอย่างเต็มที่มากกว่าใครบนแผ่นดินนี้เป็นเวลา ๕๐ ปี ที่ผมกล้ากล่าวเพราะข้าราชการอย่างมาก็ ๔๐ ปีคงไม่มีอะไรผ่านพ้นสายพระเนตรเลย ผลสุดท้ายก็ทรงเป็นผู้นำที่อย่าว่าแต่คนในประเทศเลยนะครับ ต่างประเทศเองก็มีการถวายเหรียญ Agricola จาก FAO เท่าที่ผมรู้นั้นไม่เคยมีถวายกษัตริย์ของประเทศใดมาก่อนเลย มีแต่ผู้นำด้านการพัฒนาด้านโน้นด้านนี้ ทาง FAO บอกมาเลยตอนพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ได้ทำหนังสือซึ่งเขาบอกว่าเป็นครั้งแรกของเขาที่ได้ออกหนังสือเกี่ยวกับการทำงานของประมุขประเทศใดประเทศหนึ่ง และพระเจ้าอยู่หัวก็ได้รับเกียรตินั้น และครั้งที่สองก็คือเหรียญ Agricola และรวมถึง AIT ก็ถวายเหรียญในฐานะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาชนบท ซึ่งปรากฏแก่สายตาแล้ว หลักการของพระองค์นั้นน่าซาบซึ้งที่สุดคือ ทรงตั้งอยู่บนพื้นฐานความเรียบง่าย ทุกสิ่งทุกอย่างจะตั้งอยู่บนความเรียบง่าย สอง จะใกล้เคียงและผูกติดกับสภาพตามธรรมชาติ และสาม นั้นคือ ความเป็นมนุษย์ในกิจกรรมต่างๆ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมพยายามทำความเข้าใจ ในระหว่างการถวายงาน

 

ทฤษฏีใหม่ถึงแม้นดูวีดีโอแล้ว อ่านเอกสารก็แล้ว ท่านจะถึงอ้อบางอ้อ ง่ายก็คงลำบาก แต่ทำไมนักวิชาการ นักพัฒนาถึงไม่คิดอย่างนั้น คือว่าบ้านเมืองเรานั้นขาดมากที่สุดคือ เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการนี้เป็นเรื่องที่เราบกพร่องมากที่สุด ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น หยิบขึ้นมาเถอะครับ เรามีความล้มเหลวด้านการจัดการทั้งสิ้น ทรัพยากรธรรมชาติก็เหมือนกัน เมื่อเราพูดถึงเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติก็จะมุ่งไปที่เรื่องการอนุรักษ์ทันที ซึ้งการอนุรักษ์นั่นเป็นกิจกรรมที่ใช้ภาษาชาวบ้าน ว่าเป็นกิจกรรมจิ๊บจ้อยเหลือเกินในขบวนการทั้งหมด เป็นกิจกรรมทั้งหมดเป็นกิจกรรมหนึ่งในขบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้นเอง แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการอนุรักษ์แล้วแล้วมันง่าย ไม่ต้องรับผิดชอบ มันสอดคล้องกับกระแสโลก แต่เป็นลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ด้วย เหมือนเอาของเก่าเก็บใส่ตู้แล้วบอกว่าแตะทั้งสิ้น แล้วก็ว่าไอนั้นจะสูญพันธุ์ ไอนี่จะสูญพันธุ์ แต่มนุษย์ไม่เคยกลัวว่าจะสูญพันธุ์เลย เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆต้องมีการจัดการ

 

อีกอย่างนักที่นักพัฒนาต่างๆชอบบอกว่า โอ! ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่ายุ่ง แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านจะหยุดนิ่ง เพราะเหตุการณ์แวดล้อมต่างๆของชาวบ้านก็เกือบปรับตัวไม่ทันด้วยซ้ำไป พวกเราเองแม้จะอยู่ใกล้ข่าวสารข้อมูลสิ่งต่างๆก็เกือบไม่ทันด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุนี้ ต้องมีการเสนอแนะวิธีง่ายๆสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดต่างๆในปัจจุบัน

 

พระองค์ทรงเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานก่อนว่า การถือครองโดยทั่วไปในปัจจุบันก็เห็นว่าประมาณคนละ ๑๕ ไร่ แต่ความจริงแล้วสูตรของพระองค์ครอบจักรวาล คือหมายถึงจะเท่าไหร่ก็แล้วแต่แต่โดยทั่วไปจะครอบครองถัวเฉลี่ย ๑๕ ไร่ ก็เลยตั้ง ๑๕ ไร่เป็นเกณฑ์ตัวอย่าง จะมีการวางระแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ คือบนพื้นที่นั่นจะต้องมีน้ำ ดิน ปัจจัยต่างๆที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต ผลที่สุดพระองค์ได้เสนอสูตร ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ เมื่อสูตรนี้ออกมาใหม่ๆเขาภามว่าสูตรปุ๋ยหรือเปล่า? ซึ่งความจริงเป็นสูตรการวางแผนบริหารทรัพยากร คือที่ดิน น้ำ ต้นไม้ กิจกรรมเกษตรทั้งปวง

 

โดยสรุปคือ การแบ่งพื้นที่ ทำกินออกเป็น ๔ ส่วน โดยอาศัยสูตร ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐

 

๓๐ แรกประมาณ ๓-๔ ไร่ ในกรณีที่ประมาณ ๑๕ ไร่ ต้องสุดสระน้ำ ๓๐ ที่สองปลูกไม้ยืนต้น ผักหญ้าต่างๆใช้อุปโภคด้วย ขายด้วย แล้ว ๓๐ ถัดไปปลูกข่าว อีก ๑๐ % เป็นเรื่องของโครงสร้างถนนหนทาง บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ฯลฯ จะทำทฤษฏีออกเผลแพร่และคงจะเผยแพร่แบบหมาดไทย คือใช้ระบบความคิดราชการเป็นที่ตั้ง ผมขออภัยท่านอดีตปลัดด้วยนะครับ เรื่องที่บอกว่าจะขยายผลให้หมู่บ้านทุกหมู่บ้านมีการขุดสระแล้วแบ่งเป็น๓-๔ส่วนตามสูตร วันที่ประชุมผมจำได้ว่ามีนักพัฒนาชนบท นกสังคมมองผมด้วยหางตา ซึ่งมองออกว่าเป็นลักษณะคำถามทำนองว่า ทำไมพระองค์ท่านถึงเรียกว่าทฤษฏีใหม่ ไม่เห็นใหม่ตรงไหน แล้วก็แสดงความเห็นออกมาตามสำนวนของนักพัฒนาทั้งหลายทั้งปวงว่า ชาวบ้านเค้ารู้จักการขุดบ่อสุดสระกันมานานแล้วด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านเอง ผมก็รอจนเขาพูดจบ ผมก็ตอบว่าถูกต้อง ชาวบ้านรู้จักการสุดบ่อมาตั้งแต่เดิมแล้วแต่มีสเป๊ก ขนาดหรือสูตรมั้ย? ว่าควรจะเป็นขนาดไหน แม้กระทั้งในส่วนของรัฐยังมีบ่อน้ำนับไม่ถ้วนอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้ที่ทางกรมชลประทาน กรมโยธาธิการ รพช. ฯลฯ ไปขุดมีกี่บ่อที่ไม่มีน้ำ แม้แต่น้ำก็เพียงพอกับกิจกรรมหรือไม่ เพราะบ่อน้ำแต่ละบ่อจะต้องมีหน้าที่ภารกิจที่จะสนองตอบด้วย เพราะจะต้องมีภารกิจที่แบกรับอีก ๓๐,๓๐ อีกสองส่วนว่าจะทำอย่างไร

 

การเกษตรนั่นมีปัญหาอยู่ที่ความไม่แน่นอนของดินฟ้าอากาศ อย่าไปหวังความแน่นอนในส่วนนี้ แม้แต่กรมชนประทานในปัจจุบันก็มีอยู่แค่ ๒๐ % เท่านั้นเองทั่วประเทศ ที่ไม่ต้องแห่นางแมว ไม่ต้องจุดบั่งไฟ เพราะมีระบบการจัดการทางด้านชลประทาน แต่ที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับฝนทั้งสิ้น ภาวะวิกฤติของเกษตรกรนั้นอยู่ที่ฝนทิ้งช่วง ขณะที่จ้นกล้ากำลังขึ้น พอฝนทิ้งช่วงก็ตายหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ความพยายามที่ทำมาเป็นปีก็จบลง แล้วก็ไปเริ่มต้นในปีถัดไป เพราะช่วงนี้แขวนอยู่กับความไม่แน่นอน ตรงจุดนี้เองที่พระองค์ท่านทรงนำมาเป็นโจทย์

 

สิ่งที่ผมพูดนี้มาจากระองค์ท่านทั้งนั้นนะครับ ที่ได้ทรงอธิบายให้นักรัฐศาสตร์การทูต สาขาเกษตรอย่างผมได้เข้าใจและพอที่จะพูดเรื่องเกษตรได้บ้าง เพราะฉะนั้น สระนี้จะต้องมีขนาดและความสามารถในการบรรจุน้ำได้อย่างเพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรผ่านช่วงวิกฤตินั้นไปได้ หรือถ้าอย่างประหยัดนะครับ ก็ต้องช่วยให้ผ่านหน้าแล้งไปได้ เพราะฉะนั้นขนาดหรือสูตรต้องมี อันนี้เป็นที่มาของ ๓๐ แรกคือสระ ซึ่งจะต้องลึกประมาณ ๔ เมตร ในขนาด ๓-๔ ไร่ ในกรณีที่มีพื้นที่ ๑๕ ไร่ ตะต้องมีแหล่งน้ำประมาณ ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรโดยเฉลี่ย แล้วถ้าท่านเห็นแฟกซ์ที่ทรงส่งมาให้พวกเราที่ทำงานอยู่นั้นทรงคำนวณโดยอย่างละเอียดที่เดียว วันหนึ่งจะระเหยไปวันละประมาณวันละ ๑ เซนติเมตรจาก ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำที่เหลือจะทำอย่างไร จะพยุงไปได้กี่วันทรงคำนวณอย่างละเอียดมิใช่รับสั่งอย่างลอยๆ แล้วให้พวกเราไปคิดเอง ผมถึงบอกว่าทรงไตร่ตรองลึกไปแค่ไหน ยิ่งว่านั้นอีก เอาอันว่าส่วนแรกหมายความว่าให้มีแหล่งน้ำที่จะพอใช้ด้านการเกษตรพื้นที่ที่สองพอเริ่มลงมือนั้นจะมานั่งรอให้ ผลไม้มันมาพอกินยังไม่ได้ ก็ต้องมีผักหญ้าเกิดขึ้นมาทันที่เพื่อพยุงสถานการณ์ก่อน ขณะที่น้ำ ถ้านำปลาปล่องลงไปก็จะมีโปรตีนราคาถูกเกิดขึ้นมาทันทีทันใด ใน๔ เดือนถัดมาก็ได้แล้ว อันที่สองก็คือไร่นาสวนผสม ตามที่เราพูดกันในภาษาเกษตรมีทั้งผัก ผลไม้ยืนต้น คล้ายๆ มีเลมอนฟาร์มหรือร้านชาส่วนตัวอยู่หลังบ้าน ใครอยากจะช๊อปปิ้งก็ช็อปไป หลังบ้านมีทุกอย่าง ทั้งปลา ทั้งหมู ทั้งผัก ผลไม้เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย แล้วที่สำคัญคือข้าว ทรงผูกพันกับข้าวมาก ข้าวนั้นนอกจากเป็นของที่จะบริโภคประจำวันแล้ว มันต้องหมายถึงอิสรภาพ หมายถึงเสรีภาพ หมายถึงศักดิ์ศรีของคนไทย คือไม่ต้องพึ่งพาใครกิน มีกินอยู่ในพื้นที่ ฉะนั้นข้าวจะต้องมาก่อน ทรงคำนวณไว้แล้วว่าพื้นที่ข้าวนั้นปลูกประมาณ ๓๐% คือประมาณ ๔-๕ไร่นั้น อย่างน้อยก็พอกินในครอบครัวประมาณ ๔-๕ คน พอรับประทานกันทั้งปี ฉะนั้น อิสรภาพมีแล้วในเรื่องข้าว หลังบ้านจะเอาผัก หญ้า ปลาก็มี ส่วนที่เหลือนั้นเอาไปขายได้เงินทั้งสิ้น อันนี้คือหลักใหญ่ ส่วนที่เหลืออีก ๑๐ % นั้น เป็นบ้าน ถนนหนทาง ถ้าขยันหน่อย มีพื้นที่เหมาะสม อาจจะทำเป็นโรงเห็ด เล้าไก่ เล้าหมูก็ได้ อันนั้นคือหลักของทฤษฏีใหม่ ขึ้นที่หนึ่งคือ ขั้นของการช่วยเหลือตัวเองก่อนในลักษณะครอบครัว ถ้ามาตีความหมายเกี่ยวกับแผน ๘ ซึ่งตามหลังท่านเป็นระยะเวลา ๓-๔ ปี เราก็บอกว่าเป็นการพัฒนาขั้นแรก คือครอบครัวอบอุ่น

 

ทฤษฏีนั้นยังไม่จบแค่นี้ทรงใช้คำในแฟกซ์ที่ทรงส่งมาให้พวกเราว่าวิธีจัดการนี้ก็ดี ทำให้ชาวบ้าน มีโอกาสผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติระยะฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล้งไปได้ตลอดทั้งปี แต่อยู่ใน ภาวะหมิ่นเหม่ เพราะถ้าปีนั้นน้ำไม่เต็มสระมันก็หมิ่นเหม่ ความจริงทฤษฏีใหม่นี้ได้ทิ้งค้างไว้อีก ๒ ระดับ ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบจะต้องประกอบมาอีก ขณะที่มีตุ่มน้ำอยู่ในบ้านแล้ว ตุ่มน้ำมันมีวันหมด มีวันไม่พอใช้ ถ้าหากใ