เกษตรทฤษฏีใหม่...เกษตรทฤษฎีใหม่
posted on 17 Aug 2006 22:58 by 077023
ถ้าก๊อปไม่ได้โหลดจากลิ้งนี้แล้วกันนะคับ (อัพใหม่แล้ว 03/10/50)
http://w14.easy-share.com/6379551.html
--------------------------
เกษตรทฤษฏีใหม่
ทฤษฏีใหม่คืออะไร
ทฤษฏีใหม่คืออะไร ถ้าหากไม่เคยชินกับทฤษฏีใหม่ก็คงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก โดยภูมิหลังรัฐศาสตร์การทูต สาขาการเกษตรที่ผมจบมานั่น ก็คงจะลำบากที่จะใช้ขีดความสามารถที่ได้จากพื้นภูมิหลังมาอธิบายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการพัฒนา แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีโอกาสได้ถวายงานอยู่นั่น ก็"พยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพยายามถ่ายทอดให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจถึงทฤษฏีใหม่
ตลอดระยะเวลา ๓๕ ปีที่เราได้พัฒนากันภายใต้แผนพัฒนาฯนั้นจะเห็นได้ว่าเราได้รับความสำเร็จอย่างดีที่เดียวในแง่ของเศรษฐกิจ แต่สัดส่วนทางด้านเกษตรซึ้งเคยสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ การเกษตรจะอยู่ได้ต้องเป็นเกษตรขนาดบริษัทยักษ์ เกษตรกรน้อยๆที่เป็นชาวไร้ ชาวสวนชาวนาจริงๆนั้นนับวันจะต้องได้รับปัญหาอุปสรรคมาจากหลายส่วนหลายปัจจัย
ประการแรก ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตนั้นดูจะเป็นปัญหามากขึ้นทุกวัน เรื่องดิน น้ำ ปัจจัยการผลิตต่างๆ กี่ดำเนินการผลิตโดยใช้วิธีการดั้งเดิน ซึ้งปัญหาต่างๆภาครัฐพยายามที่จะแก้ไข และต้องยอมรับว่า บทบาทของทางราชการนั่นลดลงในปัจจุบันแต่บทบาทในการพัฒนาก็ยังนำโดยทางราชการอยู่ การแก้ปัญหาขึงเป็นสไตล์แบบราชการกระทรวงกระเกษตรอาจจะประกาศว่าจะลดพื้นที่ปลูกข่าวให้เหลือน้อย ราคาข้าวจะได้สูงขึ้น แต่ใครเดือดร้อนก็ไม่รู้ละครับ เพราะพื้นที่ปลูกข่าวก็หมายถึงพื้นที่ ที่ไม่เหมาะสมเช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นต้น ก็ต้องลดการปลูกข้าว ผลสุดท้ายราคาข้าวสูงขึ้นประชาชนก็ต้องซื้อข้าวราคาแพงขึ้น พระองค์ท่านนั่นทรงมองอย่างเป็นองค์รวมหรือมองอย่างครบวงจร พระองค์ท่านรับสั่งว่าทำอย่างนั่นแล้วประชาชนจะอยู่ไม่ได้ คนจนจะต้องซื้อข้าวแพงและยังทำลายชั้นบรรยากาศอีก ซื้อน้อยคนนักแม้แต่คนที่เป็นครูอาจารย์ก็คงไม่มองอย่านั้น
พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า เมื่อเขาลดการปลูกข้าว ก็เหลือข้าวที่ปลูกกันในแถบลุ่มแม่น้ำเข้าพระยาเป็นต้น แล้วต้องขนข้าวไปขายในพื้นที่ต่างๆก็ต้องใช้พาหนะ ต้องมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆแล้วก็ปล่อยแก๊สขึ้นไป ผลสุดท้ายก็ทำลายชั้นบรรยากาศ เห็นมั้ยครับว่า พระองค์ทรงมอง อย่างครบวงจรทุกครั้งไป ในส่วนของทฤษฏีใหม่ก็เป็นผลพวงมาจากประสบการณ์ที่พระองค์ทรงได้รับมาตลอด ๕๐ ปีที่ทรงตรองราชย์ ที่ผมบอกว่า ๕๐ ปี ก็คือ ๕๐ ปีจริงๆเพราะถ้าคิดตามแบบอายุราชการของข้าราชการทั้งหมดบนแผ่นดินนี้ไม่มีใครเกิน ๕๐ ปี แต่พระองค์ท่านได้ทรงงานทุกอย่างเต็มที่มากกว่าใครบนแผ่นดินนี้เป็นเวลา ๕๐ ปี ที่ผมกล้ากล่าวเพราะข้าราชการอย่างมาก็ ๔๐ ปีคงไม่มีอะไรผ่านพ้นสายพระเนตรเลย ผลสุดท้ายก็ทรงเป็นผู้นำที่อย่าว่าแต่คนในประเทศเลยนะครับ ต่างประเทศเองก็มีการถวายเหรียญ Agricola จาก FAO เท่าที่ผมรู้นั้นไม่เคยมีถวายกษัตริย์ของประเทศใดมาก่อนเลย มีแต่ผู้นำด้านการพัฒนาด้านโน้นด้านนี้ ทาง FAO บอกมาเลยตอนพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ได้ทำหนังสือซึ่งเขาบอกว่าเป็นครั้งแรกของเขาที่ได้ออกหนังสือเกี่ยวกับการทำงานของประมุขประเทศใดประเทศหนึ่ง และพระเจ้าอยู่หัวก็ได้รับเกียรตินั้น และครั้งที่สองก็คือเหรียญ Agricola และรวมถึง AIT ก็ถวายเหรียญในฐานะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาชนบท ซึ่งปรากฏแก่สายตาแล้ว หลักการของพระองค์นั้นน่าซาบซึ้งที่สุดคือ ทรงตั้งอยู่บนพื้นฐานความเรียบง่าย ทุกสิ่งทุกอย่างจะตั้งอยู่บนความเรียบง่าย สอง จะใกล้เคียงและผูกติดกับสภาพตามธรรมชาติ และสาม นั้นคือ ความเป็นมนุษย์ในกิจกรรมต่างๆ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมพยายามทำความเข้าใจ ในระหว่างการถวายงาน
ทฤษฏีใหม่ถึงแม้นดูวีดีโอแล้ว อ่านเอกสารก็แล้ว ท่านจะถึงอ้อบางอ้อ ง่ายก็คงลำบาก แต่ทำไมนักวิชาการ นักพัฒนาถึงไม่คิดอย่างนั้น คือว่าบ้านเมืองเรานั้นขาดมากที่สุดคือ เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการนี้เป็นเรื่องที่เราบกพร่องมากที่สุด ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น หยิบขึ้นมาเถอะครับ เรามีความล้มเหลวด้านการจัดการทั้งสิ้น ทรัพยากรธรรมชาติก็เหมือนกัน เมื่อเราพูดถึงเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติก็จะมุ่งไปที่เรื่องการอนุรักษ์ทันที ซึ้งการอนุรักษ์นั่นเป็นกิจกรรมที่ใช้ภาษาชาวบ้าน ว่าเป็นกิจกรรมจิ๊บจ้อยเหลือเกินในขบวนการทั้งหมด เป็นกิจกรรมทั้งหมดเป็นกิจกรรมหนึ่งในขบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้นเอง แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการอนุรักษ์แล้วแล้วมันง่าย ไม่ต้องรับผิดชอบ มันสอดคล้องกับกระแสโลก แต่เป็นลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ด้วย เหมือนเอาของเก่าเก็บใส่ตู้แล้วบอกว่าแตะทั้งสิ้น แล้วก็ว่าไอนั้นจะสูญพันธุ์ ไอนี่จะสูญพันธุ์ แต่มนุษย์ไม่เคยกลัวว่าจะสูญพันธุ์เลย เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆต้องมีการจัดการ
อีกอย่างนักที่นักพัฒนาต่างๆชอบบอกว่า โอ! ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่ายุ่ง แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านจะหยุดนิ่ง เพราะเหตุการณ์แวดล้อมต่างๆของชาวบ้านก็เกือบปรับตัวไม่ทันด้วยซ้ำไป พวกเราเองแม้จะอยู่ใกล้ข่าวสารข้อมูลสิ่งต่างๆก็เกือบไม่ทันด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุนี้ ต้องมีการเสนอแนะวิธีง่ายๆสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดต่างๆในปัจจุบัน
พระองค์ทรงเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานก่อนว่า การถือครองโดยทั่วไปในปัจจุบันก็เห็นว่าประมาณคนละ ๑๕ ไร่ แต่ความจริงแล้วสูตรของพระองค์ครอบจักรวาล คือหมายถึงจะเท่าไหร่ก็แล้วแต่แต่โดยทั่วไปจะครอบครองถัวเฉลี่ย ๑๕ ไร่ ก็เลยตั้ง ๑๕ ไร่เป็นเกณฑ์ตัวอย่าง จะมีการวางระแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ คือบนพื้นที่นั่นจะต้องมีน้ำ ดิน ปัจจัยต่างๆที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต ผลที่สุดพระองค์ได้เสนอสูตร ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ เมื่อสูตรนี้ออกมาใหม่ๆเขาภามว่าสูตรปุ๋ยหรือเปล่า? ซึ่งความจริงเป็นสูตรการวางแผนบริหารทรัพยากร คือที่ดิน น้ำ ต้นไม้ กิจกรรมเกษตรทั้งปวง
โดยสรุปคือ การแบ่งพื้นที่ ทำกินออกเป็น ๔ ส่วน โดยอาศัยสูตร ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐
๓๐ แรกประมาณ ๓-๔ ไร่ ในกรณีที่ประมาณ ๑๕ ไร่ ต้องสุดสระน้ำ ๓๐ ที่สองปลูกไม้ยืนต้น ผักหญ้าต่างๆใช้อุปโภคด้วย ขายด้วย แล้ว ๓๐ ถัดไปปลูกข่าว อีก ๑๐ % เป็นเรื่องของโครงสร้างถนนหนทาง บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ฯลฯ จะทำทฤษฏีออกเผลแพร่และคงจะเผยแพร่แบบหมาดไทย คือใช้ระบบความคิดราชการเป็นที่ตั้ง ผมขออภัยท่านอดีตปลัดด้วยนะครับ เรื่องที่บอกว่าจะขยายผลให้หมู่บ้านทุกหมู่บ้านมีการขุดสระแล้วแบ่งเป็น๓-๔ส่วนตามสูตร วันที่ประชุมผมจำได้ว่ามีนักพัฒนาชนบท นกสังคมมองผมด้วยหางตา ซึ่งมองออกว่าเป็นลักษณะคำถามทำนองว่า ทำไมพระองค์ท่านถึงเรียกว่าทฤษฏีใหม่ ไม่เห็นใหม่ตรงไหน แล้วก็แสดงความเห็นออกมาตามสำนวนของนักพัฒนาทั้งหลายทั้งปวงว่า ชาวบ้านเค้ารู้จักการขุดบ่อสุดสระกันมานานแล้วด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านเอง ผมก็รอจนเขาพูดจบ ผมก็ตอบว่าถูกต้อง ชาวบ้านรู้จักการสุดบ่อมาตั้งแต่เดิมแล้วแต่มีสเป๊ก ขนาดหรือสูตรมั้ย? ว่าควรจะเป็นขนาดไหน แม้กระทั้งในส่วนของรัฐยังมีบ่อน้ำนับไม่ถ้วนอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้ที่ทางกรมชลประทาน กรมโยธาธิการ รพช. ฯลฯ ไปขุดมีกี่บ่อที่ไม่มีน้ำ แม้แต่น้ำก็เพียงพอกับกิจกรรมหรือไม่ เพราะบ่อน้ำแต่ละบ่อจะต้องมีหน้าที่ภารกิจที่จะสนองตอบด้วย เพราะจะต้องมีภารกิจที่แบกรับอีก ๓๐,๓๐ อีกสองส่วนว่าจะทำอย่างไร
การเกษตรนั่นมีปัญหาอยู่ที่ความไม่แน่นอนของดินฟ้าอากาศ อย่าไปหวังความแน่นอนในส่วนนี้ แม้แต่กรมชนประทานในปัจจุบันก็มีอยู่แค่ ๒๐ % เท่านั้นเองทั่วประเทศ ที่ไม่ต้องแห่นางแมว ไม่ต้องจุดบั่งไฟ เพราะมีระบบการจัดการทางด้านชลประทาน แต่ที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับฝนทั้งสิ้น ภาวะวิกฤติของเกษตรกรนั้นอยู่ที่ฝนทิ้งช่วง ขณะที่จ้นกล้ากำลังขึ้น พอฝนทิ้งช่วงก็ตายหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ความพยายามที่ทำมาเป็นปีก็จบลง แล้วก็ไปเริ่มต้นในปีถัดไป เพราะช่วงนี้แขวนอยู่กับความไม่แน่นอน ตรงจุดนี้เองที่พระองค์ท่านทรงนำมาเป็นโจทย์
สิ่งที่ผมพูดนี้มาจากระองค์ท่านทั้งนั้นนะครับ ที่ได้ทรงอธิบายให้นักรัฐศาสตร์การทูต สาขาเกษตรอย่างผมได้เข้าใจและพอที่จะพูดเรื่องเกษตรได้บ้าง เพราะฉะนั้น สระนี้จะต้องมีขนาดและความสามารถในการบรรจุน้ำได้อย่างเพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรผ่านช่วงวิกฤตินั้นไปได้ หรือถ้าอย่างประหยัดนะครับ ก็ต้องช่วยให้ผ่านหน้าแล้งไปได้ เพราะฉะนั้นขนาดหรือสูตรต้องมี อันนี้เป็นที่มาของ ๓๐ แรกคือสระ ซึ่งจะต้องลึกประมาณ ๔ เมตร ในขนาด ๓-๔ ไร่ ในกรณีที่มีพื้นที่ ๑๕ ไร่ ตะต้องมีแหล่งน้ำประมาณ ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรโดยเฉลี่ย แล้วถ้าท่านเห็นแฟกซ์ที่ทรงส่งมาให้พวกเราที่ทำงานอยู่นั้นทรงคำนวณโดยอย่างละเอียดที่เดียว วันหนึ่งจะระเหยไปวันละประมาณวันละ ๑ เซนติเมตรจาก ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำที่เหลือจะทำอย่างไร จะพยุงไปได้กี่วันทรงคำนวณอย่างละเอียดมิใช่รับสั่งอย่างลอยๆ แล้วให้พวกเราไปคิดเอง ผมถึงบอกว่าทรงไตร่ตรองลึกไปแค่ไหน ยิ่งว่านั้นอีก เอาอันว่าส่วนแรกหมายความว่าให้มีแหล่งน้ำที่จะพอใช้ด้านการเกษตรพื้นที่ที่สองพอเริ่มลงมือนั้นจะมานั่งรอให้ ผลไม้มันมาพอกินยังไม่ได้ ก็ต้องมีผักหญ้าเกิดขึ้นมาทันที่เพื่อพยุงสถานการณ์ก่อน ขณะที่น้ำ ถ้านำปลาปล่องลงไปก็จะมีโปรตีนราคาถูกเกิดขึ้นมาทันทีทันใด ใน๔ เดือนถัดมาก็ได้แล้ว อันที่สองก็คือไร่นาสวนผสม ตามที่เราพูดกันในภาษาเกษตรมีทั้งผัก ผลไม้ยืนต้น คล้ายๆ มีเลมอนฟาร์มหรือร้านชาส่วนตัวอยู่หลังบ้าน ใครอยากจะช๊อปปิ้งก็ช็อปไป หลังบ้านมีทุกอย่าง ทั้งปลา ทั้งหมู ทั้งผัก ผลไม้เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย แล้วที่สำคัญคือข้าว ทรงผูกพันกับข้าวมาก ข้าวนั้นนอกจากเป็นของที่จะบริโภคประจำวันแล้ว มันต้องหมายถึงอิสรภาพ หมายถึงเสรีภาพ หมายถึงศักดิ์ศรีของคนไทย คือไม่ต้องพึ่งพาใครกิน มีกินอยู่ในพื้นที่ ฉะนั้นข้าวจะต้องมาก่อน ทรงคำนวณไว้แล้วว่าพื้นที่ข้าวนั้นปลูกประมาณ ๓๐% คือประมาณ ๔-๕ไร่นั้น อย่างน้อยก็พอกินในครอบครัวประมาณ ๔-๕ คน พอรับประทานกันทั้งปี ฉะนั้น อิสรภาพมีแล้วในเรื่องข้าว หลังบ้านจะเอาผัก หญ้า ปลาก็มี ส่วนที่เหลือนั้นเอาไปขายได้เงินทั้งสิ้น อันนี้คือหลักใหญ่ ส่วนที่เหลืออีก ๑๐ % นั้น เป็นบ้าน ถนนหนทาง ถ้าขยันหน่อย มีพื้นที่เหมาะสม อาจจะทำเป็นโรงเห็ด เล้าไก่ เล้าหมูก็ได้ อันนั้นคือหลักของทฤษฏีใหม่ ขึ้นที่หนึ่งคือ ขั้นของการช่วยเหลือตัวเองก่อนในลักษณะครอบครัว ถ้ามาตีความหมายเกี่ยวกับแผน ๘ ซึ่งตามหลังท่านเป็นระยะเวลา ๓-๔ ปี เราก็บอกว่าเป็นการพัฒนาขั้นแรก คือครอบครัวอบอุ่น
ทฤษฏีนั้นยังไม่จบแค่นี้ทรงใช้คำในแฟกซ์ที่ทรงส่งมาให้พวกเราว่าวิธีจัดการนี้ก็ดี ทำให้ชาวบ้าน มีโอกาสผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติระยะฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล้งไปได้ตลอดทั้งปี แต่อยู่ใน ภาวะหมิ่นเหม่ เพราะถ้าปีนั้นน้ำไม่เต็มสระมันก็หมิ่นเหม่ ความจริงทฤษฏีใหม่นี้ได้ทิ้งค้างไว้อีก ๒ ระดับ ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบจะต้องประกอบมาอีก ขณะที่มีตุ่มน้ำอยู่ในบ้านแล้ว ตุ่มน้ำมันมีวันหมด มีวันไม่พอใช้ ถ้าหากใช้เปลืองเกินไปตามชาวบ้านมันต้องมีแท็งก์อีกอัน เพื่อเติมตุ่มเมื่อตุ่มนี้บกพร่องไป และเพื่อไม่ให้มีการเสี่ยงเกิดขึ้น ก่อนที่มาถึงแท็งก์นั่นจะต้องมีบ่อน้ำหรือถังน้ำขนาดใหญ่อยู่ถึง ๓ ขั้นตอนทฤษฏีถึงจะสมบูรณ์แบบ ผมแปลมาเป็นของจริงคือ สระน้ำที่เสมือนมีตุ่มชาวบ้านอยู่หลากหลาย สมมุติมีที่ดินเป็นพันๆแห่งก็มีสระพันๆแห่งก็ไม่มีวันหมดได้ จำเป็นต้องสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดย่อม เปรียบเสมือนแท็งก์ใหญ่รองรับน้ำเอาไว้ คอยมาเติมเมื่อสระน้ำพร่องลง
เวลานี้ที่สระบุรีเห็นตัวอย่างได้ชัด ที่ห้วยหินนั้นจุน้ำได้ประมาณล้านนึง ซึ่งเอาแน่ๆคือ ๘๐๐,๐๐๐ ระเหยไปบ้าง อะไรไปบ้าง ๘๐๐,๐๐๐ นี่เลี้ยงตามระแบบเดิมของชนประทานเราจะได้ประมาณ ๘๐๐ไร่ คือหมายความว่าขุดคลองส่งน้ำแบบเปิดไว้อย่างนี้มันมีระเหยศูนย์เสีย ผ่านที่ชาวบ้านไปกี่แห่งๆแต่มีบางแห่งอาจไม่ทำเกษตรก็ได้ ปีนี้อาจขี้เกียจเลยไม่ทำแต่น้ำก็ยังไปเท่าเดิม ตกลงปริมาณน้ำทั้งหมดที่ส่งไปตามท่อเปิดนะครับใช้ไปประมาณ ๓๐-๔๐% เท่านั้นเอง นอกนั้นก็ปล่อยให้ไหลไปเสียไป อันนี้คือการส่วนการจัดการตามที่เคยทำมาในระบบราชการ แต่ว่าถ้าทำแบบพระองค์นะครับ อีกเรื่องหนึ่ง คือเนื่องจากตอนนี้เขามีตุ่มคือสระน้ำกันทุกแปลงแล้วแทนที่จะปล่อยพรวดพราดมา เราก็ปล่อยเพื่อเติมใส่ตุ่มโดยระแบบท่อ คราวนี้น้ำทุกหยดก็ถูกใช้ไปทุกหยดไม่มีการฟุ่มเฟือยเลย แปลงไหนไม่ใช้เราก็ปิดก๊อก เพราะฉะนั้น เขื่อนเก็บน้ำขนาดกลางจะมีหน้าที่เติมน้ำ ไม่ใช่ปล่อยน้ำซู่ซ่าไปเหมือนเมื่อก่อนนี้ แต่ใช้วิธีเติมตุ่มเวลามันพร่องเท่านั้น ทำอย่างนี้เท่ากับปลอดภัยไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ว่าขนาดนั้นก็ยังไม่ปลอดภัยเพราะอ่างเก็บน้ำขนาดกลางก็ยังจุน้ำได้ไม่มากมายนัก และจำเป็นจะต้องมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หรือแท็งก์น้ำขนาดยักษ์มาคอยเติมอย่างต่อเนื่องด้วยจึงจะปลอดภัยและได้ผล ๑๐๐% เพราะฉะนั้นโครงการป่าสักจึงต้องเกิดขึ้นและเมื่อมีป่าสักที่บรรจุนี้ไว้อีก ๗๐๐ กว่าล้านใช่มั้ยครับ ประมาณ ๗๕๘ ล้าน ถ้าความจำผมไม่ผิดนะครับ คอมเติมสระกลาง แล้วสระกลางก็ไปเติมสระในแปลงชาวบ้านต่อไป ระบบก็หมุนเวียนเป็นระบบพัฒนาที่ยั่งยืนแน่นอน
ทฤษฏีของพระองค์ถ้าเทียบกับการส่งน้ำเก่ากับระบบใหม่ วิธีของพระองค์นั้นได้พื้นที่การเกษตรมากกว่าวิธีเดิม ๓-๔ เท่า จาก ๘๐๐ ไร่นั้น รู้ลึกทรงคำนวณออกมาได้ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่ นี่คือวิธีการใช้น้ำแบบประหยัด เราก็โฆษณากันเรื่อยๆให้ประหยัดๆ แต่ไม่ค่อยได้เสนอวิธีการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตร ประหยัดทางบ้านเรือนทำกันเยอะ แต่กับวิธีด้านการเกษตรยังไม่มีเท่าไร อย่างน้อยผมไมค่อยได้เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ทรงวางระบบการจัดการให้ใช้ผลประโยชน์สูงสุดของน้ำแต่ละหยดเลยทีเดียว เมื่อทำอย่างนี้ได้พื้นที่เกษตรก็อยู่รอดไปได้ พอทฤษฏีใหม่เกิดขึ้นก็มีการขยายผลกันใหญ่ ทางมหาดไทยก็ขนายผลไปส่วนหนึ่งแต่ชาวบ้านเองที่ได้เห็น เห็นแล้วติดใจเลยไปทำ พื้นที่กันดารที่สุดก็ทำและได้ผล
ท่านอธิการบดีบอกว่า เดี๋ยวอาจารย์ช่วยอธิบายคำศัพท์หน่อย อย่างเป็นต้นว่า ทางดิสโก้ มันคืออะไร ต้องเล่ากันนิดหนึ่งคือ วันที่เสด็จฯ ไปที่เขาวง กาฬสินธุ์ ตอนนั้นพลบค่ำแล้ว ก็ปรากฏพื้นที่แห้งแล้งมาก ไปเจอชาวบ้านมีกองข้าวกองเล็กๆอยู่แล้ว เขานั่งซึมเชียว ปรากฏว่าพอเอาข้าวมาบีบดู ข้างในมีเม็ดนิดเดียว ก็เลยถามปลูกกันอย่างไร เขาทำอย่างไรรู้มั้ยครับ เขาบอกมามีดมาแซะๆดินแล้วเอาข้าวไปฝังไว้แล้วรอให้น้ำค้างตกลงมาโชคดีก็รอดไป เขาอดอยากมาก แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย พอหลังจากเสด็จลงจาก ฮ. ทรงมีรับสั่งว่า ทรงเห็นพื้นที่ ที่ลำพะยังซึ่งอยู่ใกล้ๆให้พวกเรานำไป พวกเราไปถึงก็ไม่เห็นนะครับ แต่เช้าหน้าที่ทางกรมชลประทานก็ดี อะไรก็ดี เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายคน ทั้งๆทีมีแผนที่แต่ก็ยังไม่แน่ใจ เลยดึงชาวบ้านไปด้วยคนหนึ่ง ชาวบ้านนั้นแกอยู่ในผ้าขาวม้าด้วยซ้ำไปนะครับ คือชุดลำลองของแกกำลังอยู่ข้างทาง เลยถามว่าพะยังรุ้จักมั้ย แกบอกว่ารู้จักปั๊บ เราอุ้มเลย เอาขึ้นรถเลย พอขึ้นไปเราเช็คแผนที่ลำพะยังอยู่ไหน รถเปิดไฟโร่ รถเราเป็นรถนำคันที่หนึ่ง ท่านก็ทรงรถพระที่นั่งตามไป ชาวบ้านแกบอกไปซื่อๆเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอะไรก็ว่าไปเรื่อยๆ ไปตั้งนานแล้วพระองค์รับสั่งว่า +๕ นาทีก็ถึงแล้ว แต่ครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ถึงสักทีแกพาไปไหนก็ไม่รู้ จนไปหยุดอยู่ที่คันนาแห่งหนึ่ง ไปไม่ได้แล้ว
พอพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถพระที่นั่งมารับสั่งว่าจะไปไหนๆหลงทางตั้งแต่เลี้ยวที่สองแล้วนี่ เรามีชาวบ้านนั่งอยู่ด้วยนะครับ เรามีผู้เชี่ยวชาญ นายช่างใหญ่ นายช่างเขาก็ดูแผนที เรามีสารพัดนึกอยู่ในรถ เรามีดอกเตอร์ ๓-๔ คน ดอกเตอร์นะครับ ปรากฏว่า ไปไหนก็ไม่รู้ พระองค์ท่านทรงรถด้วยแล้วไม่รู้ว่าจะทอดพระเนตรแผนที่ได้อย่างไร รับสั่งว่าหลงทางตั้งแต่เลี้ยวที่สองแล้ว รู้สึกขากลับทรงนำเองเลย คือทำไมถึงดิสโก้ปรากฏว่า แล่นไปสักพักเนื่ยไม่มีถนน มีแต่ก้อนหินเลยต้องแล่นปึงปังๆไปรับสั่งว่ามายังกับดิสโก้เลย ผลที่สุดก็ย้อนไปแป๊บเดียวก็ถึงตรงนั้น นี่คือที่มาของ ทางดิสโก้
ก็ปรากฏว่าทรงมีรับสั่งอย่างนั้น แล้วก็ชาวบ้านกาฬสินธุ์ไปดูงานทฤษฏีใหม่ เขาตื่นเต้นมาก อยากทำที่เขาวงซึ่งเคยแห้งแล้งโดยตลอด เขาตื่นเต้นมาก อยากทำที่เขาวงซึ่งเคยแห้งแล้งโดยคลอด เขาตื่นเต้นมาก อยากจะทำมั่ง ปัญหาบางปัญหาหญ้าปากคอก แต่เรานึกไม่ถึงอย่างแถวภาคกลาง สภาพเป็นอีกแบบหนึ่ง คือหมายความว่าเมื่อขุดดินออกไปแล้ว ดินจะเป็นของมีค่า ขายยังได้เลย แต่ภาคอีสานดินเป็นสิ่งที่เขารังเกียจ เมื่อขุดบ่อแล้วมีดินอย่างน้อย ๒๐,๐๐๐ คิวออกมา จะเอาไปไหน ปัญหามันจะกลับกันนักพัฒนาเวลาไปแต่ละพื้นที่มีมุมกลับของปัญหาโดยตลอด ดีของแห่งหนึ่ง แต่พอไปอีกแห่งกลับเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ เป็นสิ่งทีเขารังเกียจได้
ที่เขาวงเป็นตัวอย่าง ทุกคนรังเกียจดินหมดเลย อย่างเอามาทิ้งที่ฉันนะเพราะมันทำให้นามันสูงขึ้น น้ำไม่เข้านาอะไรทำนองนั้น ดอกเตอร์ทั้งหลายก็ต้องนำความขึ้นกราบทูลอีกละครับ เพราะสุดปัญญาที่จะคิดเชื่อมั้ยครับ พระองค์ทรงคำนวณมาหมดเลยว่าดินที่ขุดขึ้นมาจะนำไปทำอะไรบ้าง ดินจำนวนหนึ่งใช่ปั้นขอบรอบสระแล้วเปิดไว้ด้านหนึ่งให้น้ำไหลเข้าเวลาฝนตก แล้วขอบบนที่ปั้มขึ้นมานั่นให้ปลูกไม้ผลไว้ข้างบนเพื่อใช้น้ำรดอยู่ใกล้ๆ อักอันหนึ่งเอาไปปลูกผักไร่นาผสม เวลาจะลอกหน้าดินก็ให้เอาไปกองไว้อีกทีหนึ่งก่อน แล้วค่อยเอาดินดานไปปั้มรอง เมื่อปั้มเสร็จแล้วจึงเอาหน้าดินนั้นมาโปะ ทรงอธิบายอย่างละเอียดไปหมด หน้าดินนั้นเป็นดินที่ดี เพราะลงไปดินดานนั้นก็เป็นดินคุณภาพแย่ลงทุกที ปลูกพืชก็ไม่ได้ เห็นมั้ยครับว่าทรงละเอียดแค่ไหน ให้ไปกองไว้ก่อนหน้าดินเมตรแรกเนื่ย ส่วนเมตรที่สองที่สามให้ปั้มเป็นโครงแล้วเอาหน้าดินมาโปะ คำนวณเป็นลูกบาศก์อย่างละเอียด เหมือนนักคำนวณกำลังคำนวณสูตรอะไรสักอย่างหนึ่ง
เพราะฉะนั้นที่มาพูดถึงจุดนี้นั้น ทฤษฏีใหม่ดูผิดเผินแล้วง่าย แต่ที่ผมยับยั้งที่กระทรวงมหาดไทยจะทำไปทั่วหมด มาให้อำเภอหนึ่งทำการสาธิตไว้แห่งเดียวก่อนแล้วให้ชาวบ้านเขามาดู ความพร้อมต้องมีครับ หนึ่งการ ขุดสระนั้นโครงสร้างของสระต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่ผมเรียนให้ท่านทราบ โครงการของรัฐลงไปกี่หมื่นกี่แสนบ่อ แล้วมีกี่ร้อยกี่พันบ่อที่มีน้ำอยู่จริงๆ เพราะฉะนั้น จะต้องดูสภาพของพื้นที่ ดาภาพดิน ซึ่งอาจต้องมีการจัดการอะไรบางประการเพื่อให้ดินนั้นอยู่ในสภาพที่จะสามารถอุ้มน้ำเอาไว้ได้ การปรับภูมิประเทศจะต้องมีความระมัดระวัง เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทฤษฏีใหม่ไม่ใช่ว่าที่ไหนจะทำได้หมด อันนี้ต้องระมันระวัง
และระการที่สองนั้นก็คือ ต้องมีการจัดการที่ดี ถ้าไม่มีการจัดการที่ดี อาจใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย อย่าลืมนะครับว่าที่รับสั่งไว้ว่า หมิ่นเหม่ ถ้าจะมีบ่อหรือสระเอาไว้เพียบหมิ่นเหม่ ถ้ามาสระใหญ่หรือสระกลางประคองไว้ข้างๆนั้นก็จะอยู่รอดไปได้ พอเสร็จแล้วก็จะทรงขยายผล คราวนี้ชาวบ้านแต่ละแปลงให้รวมตัวกันเป็นรูปของสหกรณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างที่ได้ดูในวีดีโอเมื่อสักครู่ ก็มีการนรวมตัวกันทำ มีการสีข้าวเพื่อลดรายจ่าย และให้รายได้นั้นมันเป็นรายได้จริงๆเพราะส่วนมากเราจะคิดแค่บัญชีอย่างเดียวว่า เราได้หากำไร หาแต่รายได้ แต่ต้องดูค่าใช่จ่ายออกไปด้วยนะครับ เพื่อที่จะสามารถชี้ได้จริงๆว่าชาวบ้านของเรามีฐานะดีหรือไม่ เพราะฉะนั้น ในส่วนที่สองนี้ก็คือ การรวมกลุ่มอย่างที่สมัยนี้เราเรียนกันว่าชุมชน ระดับครอบครัวได้จัดการภายในระแบบต่างๆทีนี้แต่ละครอบครัวก็จะมารวมกลุ่มกัน ก็เหมือนกับที่แผนระดับนี้เป็นทฤษฏีใหม่ขั้นที่ ๒ บอกว่า ชุมชนเข้มเข็ง ตามแผนที่ ๘ ได้ทรงมีรับสิ่งมาก่อนล่วงหน้าหลายปีแล้วด้วยซ้ำไป
พอจากชุมขนก็มาถึงระดับชาติ ได้ทรงเรียกร้องให้ท่านเศรษฐีที่มีส่วนเกินทั้งหลายที่ได้กำไรจากสังคมมากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักธนาคารต้องร่วมกันช่วย เพราะการขุดบ่อขุดสระนั้นมีค่าใช้จ่าย เราคิดเฉลี่ยถ้ามีเครื่องมือเครื่องไม้มาเองนะครับ คิดแต่ค่าน้ำมันก็เป็นเรือนหมื่น ๒-๓ หมื่นบาท แต่ทรงคำนวณให้ชาวบ้านดูว่าถึงจะไปกู้ ธ.ก.ส หรือว่าถ้าหากจะเป็นธนาคารต่างๆหรือที่มีผู้ใจบุญที่จะปล่อยเงินกู้ราคาดอกเบี้ยต่ำนั้นสามารถจ่ายคืนได้ เพราะว่าถ้ามีน้ำ ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร จะสามารถปล่อยปลา เอาปลาไม่ต้องชันดีนัก ปลานิลหรืออะไรก็แล้วแต่ เลี้ยงแบบไม่ต้องชั้นดีนัก กึ่งธรรมชาติ คือให้เศษอาหารเหลือๆบ้าง ไม่ต้องทุ่มเทมาก ในสี่เดือนเราจะได้ปลาประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม กิโลก็จะได้ ๑๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้น สี่เดือนแรกได้ ๑๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ บาท จากบ่อปลา ลองดูนะครับ ปีหนึ่งจะเอาสักสามหนก็ได้แล้ว ๓๐,๐๐๐ -๖๐,๐๐๐ บาท ปลานั้นเองถ้ามีการจัดการดีๆ ก็จะสามารถถอนทุนคืนค่าขุดบ่อแบบเชิงการกุศลนิดหน่อย คือไม่ว่าจ้างก็จะมีค่าใช่จ่ายเท่านั้น เพราะฉะนั้น ต้องมีการผสมผสานกันในระดับชาติไปสู้ระบบธุรกิจ มีการรวมตัว จัดตั้งสหกรณ์ ในระดับนี้ ถึงแม้นจะกู้เงินบ้างคงไม่เป็นไร เพราะชาวบ้านจัดการเป็นแล้ว นั่นก็เป็นทฤษฏีใหม่ขั้นที่ ๓ เป็นอันว่าครบถ้วนขบวนความของความหมายของ ทฤษฏีใหม่ ของพระเจ้าอยู่หัว และกิจกรรมตามทฤษฏีใหม่นี้ก็ตะทำให้ชาวบ้าน พออยู่ พอกิน
by077023
edit @ 2007/10/02 16:51:25
edit @ 2007/10/03 19:04:21
edit @ 11 Nov 2007 21:07:42 by 077023

#1 By 077023 on 2006-08-17 22:59